เริ่มแล้ว!!! ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยประชาชนแจ้งเบาะแส จับเด็กแว้น-แอดมินเพจชวนซิ่ง รับเงินรางวัลนำจับ 3,000 บาท

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) เปิดเผยก่อนเป็นประธานการประชุมเรื่องเงินตอบแทนบุคคลภายนอกผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร หรือเบาะแสการกระทำความผิดแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้อนุมัติหลักการเรื่องเงินค่าตอบแทนการแจ้งเบาะแสของภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กแว้นอันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ได้กำชับสั่งการให้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยเน้น 4 มาตรการเชิกรุก ทั้งก่อนเกิดเหตุ การปราบปราม ขณะเกิดเหตุ รวมถึงการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ โดยดำเนินการจริงจังมา 2 เดือน พบว่าสถิติลดจำนวนลงอย่างมาก เหลือประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และเพื่อให้ปัญหาการแข่งรถหมดไปอย่างยั่งยืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีแนวคิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ด้วยการแจ้งเบาะแส เป็นคลิปวิดิโอ ภาพถ่าย ระบุวันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุพฤติการณ์ในการกระทำผิด กับทางเจ้าหน้าที่ ผ่านช่องทางต่าง ๆ

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า เช่น ศูนย์โชเชียลมิเดีย ตร.ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 1599 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 หากเบาะแสนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี ใน 3-4 ข้อหา ประกอบด้วย การแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ,การขับรถในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น หรือเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการแข่งรถ (แอดมินเพจ)

“หลังตำรวจมีการสืบสวนขยายผลจับกุมได้ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลนำจับ จำนวน 3,000 บาท ต่อ 1 ครั้ง โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้น 10 วันทำการ นับแต่มีการจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันข้อมูลที่ได้รับเบาะจะปกปิดเป็นความลับ แต่หากบุคคลไม่ประสงค์รับเงินรางวัลก็แจ้งความประสงค์ เบื้องต้นเงินรางวัลดังกล่าวเป็นเงินนอกงบประมาณ และได้รับสนับสนุนก้อนแรกจากภาคประชาชน จำนวน 500,000 น. โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้ (3 ก.ย.) เป็นวันแรก” พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าว

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ในการถ่ายภาพหรือคลิปวิดิโอนั้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งปัจจุปันมีกล้องหน้ารถอยู่แล้ว หรือหากเจอโดยบังเอิญก็ควรถ่ายจากในรถ หรือโทรศัพท์แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ได้ หากในเหตุการณ์เดียวกันมีการแจ้งเบาะแสหลายคน ก็จะมีคณะกรรมการพิจารณาการใหัเงินรางวัลตามพยานหลักฐาน